2007/Dec/10
2007/Mar/20
เรื่องที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวผมเอง ซึ่งผมเป็นคนที่มีลักษณะรูปร่างที่ตัวเล็กผอมและหน้าตาเป็นมิตร เลยมีสิทธิ์ที่จะเกิดเรื่องนี้กับผมได้ไม่ยากนัก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเจอโดยที่ตอนที่แรกผมเจอนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมากเพราะผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเองมาก่อน ทั้งที่พวกผู้ใหญ่ชอบย้ำกับผมอยู่ประจำๆสม่ำเสมอๆว่าอย่าพูดจากับคนแปลกหน้า แต่ก็หนีไม่พ้นสุดท้ายก็ต้องคุยกับคนๆนั้นอยุ่ดี หลังจากที่เหตุการณ์นี้ได้ผ่านตัวผมไป ผมคิดอยุ่เสมอว่าเกิดจากความโง่ของผมเองด้วย และการที่พวกมิจฉาชีพเตรียมตัวมาอย่างดีเยี่ยม ที่ผมใช้คำว่า"ดีเยี่ยม"เพราะผมคิดว่ามันแนบเนียนเสียจิงๆจนผมเชื่อไปในคำพูดของเขาซะสนิทเลย ความไว้เนื้อเชื่อใจคนเป็นสิ่งอันตรายมาก
คือทุกๆวันตอนเช้าผมจะไปเล่นฟิตเนสที่ห้างเสรีเซ็นเตอร์ พอดีมีอยู่วันหนึ่งผมก็ทำตัวตามปกติของผมเหมือนทุกๆวัน แล้วระหว่างที่ผมกำลังจะขึ้นลิฟไปเล่นฟิตเนสนั้น ( ช่วงนั้นอยุ่ในเวลาประมาณ 11.30 am ) มีผู้ชายวัยกลางคนนึงท่าทางเหนื่อยมากวิ่งมาหาผมแล้วถามผมว่าน้องใช่เด็กเตรียมหรือป่าว (เนื่องจากเขาถามเราเราจึงจำเป็นต้องตอบ) ผมนึกว่าเด็กเตรียมอุดมดนตรีจึงตอบไปว่าใช่ แล้วเขาก็บอกว่าเห็นรีบๆมาขึ้นลิฟเนี่ยหลบพวกเด็กอัสสัมอยู่หรือป่าว ผมก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วขึ้นลิฟไปแต่เขาได้ขึ้นลิฟมากับผมด้วย ( ช่วงนั้นมีผมอยู่กับเขา 2 คน เพราะที่ห้างเสรีเวลาตอนเช้าไม่ค่อยมีคนแล้วเป็นวันธรรมดาอีกตังหาก ) แล้วเขาก็ชวนผมคุย ( ด้วยความที่เขาดูเป็นผู้ใหญ่แล้วจึงเกิดความเกรงใจที่จะต้องคุยกับเขา ) เขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ผมฟัง (เล่าด้วยอารมและเสียงที่เนียนมากๆ)ว่าเมื่อวานที่ชั้น 3 ตรง major bowl ที่ห้องร้องคาราโอเกะ ( ส่วนตัวผมมเองก็ไม่เคยไป major bowl เสียด้วยเลยไม่รุ้ว่ามีแต่อะไรมั่ง ลืมบอกไปว่าตอนนี้ผมนั่งคุยอยุ่กับเขาที่ม้านั่งหน้าลิฟชั้น 3 ซึ่งเป็นทางที่ไม่มีคนเสียเลยคนที่จะเดินผ่านทางนี้น้อยมากๆ ) มีเด็กอัสสัมกลุ่มของพวกพี่ไปร้องคารโอเกะกันที่นั่นแล้วดันไปมีเรื่องกับพวกเด็กเตรียมอุดม แล้วผมก็บอกว่าไป เอ่อ พี่ผมไม่ใช่เด็กเตรียมอุดมผมเด็กเตรียมอุดมดนตรีพี่จำผิดคนแล้วหละ แล้วเมื่อวานผมก็ไม่ได้มาเสรีด้วย แล้วเขาก็บอกว่าแต่พวกเด็กอัสสัมที่ชั้นล่างมันเห็นน้องรีบๆมาขึ้นลิฟพวกนั้นมันเลยคิดว่าน้องเป็นเด็กเตรียมที่มีเรื่องกันเมื่อวานแล้วสไตล์การแต่งตัวของน้องก็เหมือนพวกเด็กเตรียมเมื่อวานด้วย คือตอนนี้น้องเอาไปเดินไม่ได้แน่ ถ้าพวกเด็กอัสสัมเจอน้องเข้าเรื่องมันจะยาว แต่ผมก็ยังไม่สนใจอะไรผมก็เลยบอกพี่เขาไปว่าผมไปเล่นฟิตเนสแล้วนะ พี่เขาก็บอกว่าถ้าน้องคิดว่าเล่นฟิตเนสแล้วมันก็ปลอดภัยแต่ก็ปลอดภัยเฉพาะตอนที่น้องเล่นเท่านั้นแหละพอน้องเล่นเสร็จไอ้พวกนั้นก็จะมารอน้องอยู่ดี เพราะพวกอัสสัมมันทำเป็นกลุ่มถ้าพวกมันเห็นน้องอยุ่ที่ไหนของเสรีแล้วมันจะโทรหากันทันที ตอนแรกผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง จนระหว่างที่เราคุยกับเขาอยุ่นั้นมีกลุ่มเด็กวัยรุ่นขึ้นลิฟตามมาแล้วเดินมาหยุดอยุ่หน้าห้องน้ำแล้วมองมาที่ผม 2-3 คน แล้วพี่คนนั้นก็บอกว่าซวยแล้วตอนนี้พวกนั้นมันคงไปบอกพวกเพื่อนแล้วหละ แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรอยุ่ดีเพราะว่าผมไม่ใช่เด็กเตรียมที่ไปมีเรื่องกับมัน แล้วพี่เขาบอกประมาณว่าตอนนี้กลุ่มนั้นมันคิดว่าผมเป็นเด็กอัสสัมอยุ่แล้วยิ่งมาคุยกับพี่อยุ่ตรงนี้พวกเด็กอัสสัมยิ่งสงสัยใหญ่ แล้วก็บอกคล้ายๆกับว่าถ้าน้องทำตามที่พี่บอกแล้วปัญหาจะได้จบแล้วเร็วๆเรื่องจะได้ไม่ยาว ( ซึ่งตอนนั้นผมอยากรีบขึ้นไปเล่นฟิตเนสมากกว่า )แล้วพี่เขาก็บอกว่าแล้วเมื่อวานที่มีเรื่องกันอ่ะ น้องของมันมือถือหายเป็นรุ่น n ซี่รี่กับรอีกรุ่นนึงซึ่งพี่จะไม่บอกชื่อรุ่นแล้วกันเดี๋ยวน้องจะกังวลป่าวๆถ้าพวกมันมาค้นตัวน้องแล้วเจอมือถือรุ่นที่ตรงกับน้องขึ้นมาเรื่องก็จะยาวเข้าไปอีก แล้วบัตร atm ของน้องเพื่อนมันก็หายไปอีก ด้วยความที่ผมเร่งรีบและเกรงใจที่เขาเข้ามาคุยกับเราคล้ายกับจะช่วยเรา ผมเลยถามไปว่าพี่อยากให้ผมทำยังไงบ้างดีกว่าเพื่อให้เรื่องมันจบเร็วๆแล้วผมจะไปได้ทำธุระของผมต่อ เขาเลยบอกว่างั้นเด๋วน้องไปกับพี่นะคือพี่จะพาเดินในห้างอ่ะมันจะมีพวกผู้ใหญ่กลุ่มพี่อยุ่เด๋วพี่จะพาไปให้เขาดูแล้วคุยเคลียร์กับเขาให้เรื่องจะได้จบเร็วๆ แล้วก็เขาบอกอีกว่าให้เอามือถือน้องใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายน้องนะ แล้วเอากระเป๋าตังใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายด้วย ( ด้วยความที่ผมอยากจะจบเรื่องนี้เร็วๆผมเลยทำตามที่เขาบอก ) แล้วก็เอากระเป๋ามาให้เขาสะพายแล้วเดินไปกับเขาแล้วก็บอกว่าที่ต้องให้พี่สะพายกระเป๋าไว้ก็เพราะว่าถ้าคนในกลุ่มพี่เห็นจะได้เข้าใจว่าเป็นกระเป๋าพี่แล้วเวลาเขามาค้นตัวน้องจะได้ไม่เจออะไร แล้วน้องก็บอกไปว่าไม่ได้เอาโทรศัพมา แล้วก็เขาบอกสิ่งที่ผมต้องทำหลายๆอย่าง แต่ในหัวของผมนั้นคิดอย่างเดียวว่ารีบๆทำตามเขาให้เสร็จจะได้ไปเล่นฟิตเนสเร็วๆ ผมก็เลยทำตามเขาโดยให้เขาสะพายกระเป๋าผมไว้แล้วผมก็เดินตามเขาไปเรื่อยๆ เขาก็บอกว่าร้านนี้ตรงนี้เป็นพ่อของไอ้กลุ่มเด็กอัสสัมที่ตีกันเมื่อวานนี้ แล้วเขาก็เห็นน้องตอนเดินมาขึ้นลิฟตอนเช้าด้วย(ว่ากันไปยาว) เดินไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเขาบอกผมว่า ( ตอนนี้อยุ่หน้าเมเจอร์)แล้วน้องรอพี่อยุ่ตรงนี้นะเด๋วพี่เข้าไปเคลียร์กับพวกนั้นแปป แล้วผมก็ยืนอยุ่ตรงนั้นโดยที่ไม่คิดอะไรมาก (เพราะตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรจิงๆเสียนอกจากจะไปเล่นฟิตเนส) แล้วเขาก็เดินิดจากผมไป แต่ผมก็ยังมองทางที่เขาเดินไปอยุ่หลังจากนั้นประมาณ 5 นาทีผมคิดขึ้นมาได้ว่า เอ้ย มันต้องสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อมาหลอกเอามือถือกับกระเป๋าตังไปแน่ๆผมเลยรีบวิ่งไปตามทางที่เขาเดินไปแล้วสุดท้าย ผมก็หาเขาไม่เจอแล้วก็ต้องแจ้งตำรวจเหมือนทั่วๆไป
อันนี้เป็นเนื้อเรื่องโดยย่อๆที่ผมมาเล่าให้ฟัง เวลาผมเล่าให้คนอื่นฟังแล้วหลายๆคนจะบอกว่าแล้วทำไมไม่ทำอย่างนี้หละ ทำอย่างนี้สิ ถ้าเป็นกูกูจะทำอย่างนี้ แต่ผมรับประกันได้ว่าถ้าคุณเจอกับตัวคุณเองแล้ว "คุณจะคิดบางอย่างที่เตรียมไว้ว่าจะทำเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ทัน" แล้วคุณอาจจะเชื่อคำพูดของเขาไปเลยก็ได้ ซึ่งผมคิดว่าคนพวกนนี้ไม่ได้ทำคนเดียวแต่ต้องทำเป็นกลุ่มเพราะว่ามีหลายตอนที่มีบรรยากาศรอบข้างและผู้คนที่อยุ่รอบๆเหมือนมากๆ มันเป็นจิตวิทยาที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าการโดนจี้เสียอีก โดนแบบนี้เข้าไปแล้วผมคิดอยุ่เสมอว่าผมโครตโง่เลย แต่ถ้าคิดในแง่ดีแล้วถ้าเขาหลอกเราไม่สำเร็จเขาอาจจะจี้หรือปล้นเราเลยก็ได้ ก็อยากจะบอกให้ทุกคนคอยระวังตัวไว้ให้ดีละกัน เพราะว่าสังคมไทยมัน "ห่วย" นั่นเอง แล้วผมก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้มาเกิดขึ้นกับผม ผมเลยไม่ทันระวังตัวเลย
edit @ 2007/03/20 23:50:10
2006/Oct/06
Holophonic นิยามการบันทึกเสียงเทคนิคใหม่

ถ้าพูดถึงการแสดงผลภาพลวงตาของภาพโฮโลเกรม ที่ปัจจุบันเริ่มสามารถสร้างภาพสามมิติในอากาศได้แล้วนั้น ในด้านเสียงก็คงจะมีเทคนิคการบันทึกแบบที่เรียกว่า โฮโลโฟนิค เกิดขึ้นมาเช่นกัน
แล้ว... โฮโลโฟนิคมันมีลักษณะเช่นไร ?
ในระบบของโรงภาพยนตร์ เรามักจะเห็นโลโก้ของดอลบี้ หรือ DTs เซอร์ราวด์ ใช่ไหมครับ ซึ่งจะให้มิติของเสียงออกมาจากลำโพงหลาย ๆ ตัว เพื่อให้บรรยากาศของหนังสมจริงที่สุด... แต่มันก็ไม่สามารถจำลองเสียงที่เกิดขึ้นในแนวดิ่งได้ เพราะ... ลำโพงนั้นอยู่ล้อมรอบตัวเรา
โฮโลโฟนิคจึงเกิดขึ้นมาเพื่อการนี้... ลองนึกถึงภาพ เครื่องบิน บินผ่านหัวของเราสิครับ ถ้าเราใช้โฮโลโฟนิค เราจะสามารถรับรู้ได้เลยว่า มันอยู่เหนือหัวเราบริเวณใด !! ดูเหมือนไม่น่าเชื่อ แต่ก็มีผู้สามารถบันทึกเสียงแบบนั้นได้แล้ว.
เพราะคนเรานั้นมี 2 หู ไม่ได้มี 2 หูหน้า 2 หูหลัง และ 1 หูซัฟวูฟเฟอร์ ใช่แล้วครับ เทคนิคการอัดเสียงนี้ สร้างขึ้นเพราะหูคนเรามี 2 หู ซึ่งหากสามารถบันทึกเสียงจากอุปกรณ์ที่จำลองลักษณะการรับรู้ของหูได้อย่างใกล้เคียง + ความสามารถในการแต่งเสียงล่ะก็ สมอง จะตีค่าออกมาเสมือนว่า เสียงนั้น มันอยู่ในตำแหน่งใด !
มีหลักฐานไหม ? งั้นผมจะให้ตัวอย่างไว้ท้ายกระทู้นะครับ แล้วเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
1. โปรแกรมที่สามารถเล่นไฟล์ MP3 ได้
2. ซาวด์การ์ดอะไรก็ได้ที่ให้เสียงแบบสเตอริโอ
3. อุปกรณ์สำคัญ หูฟัง (Headphone ไม่ใช่หูคนนะครับ)
จากนั้นให้เสียบหูฟังแทนลำโพงนะครับ เปิดระดับความดังปกติ ไม่ต้องดังมาก
แล้วดาวน์โหลดไฟล์นี้ไปเล่นครับ
.
. URL http://www.unoriginal.co.uk/Audio/Holophonic.mp3 ขนาด 1.9 เมกกะไบต์
.
เป็นเสียงคนเขย่ากล่องไม้ขีดไฟที่ไม่ธรรมดาครับ
ตอนเปิดฟัง ผมจะไม่ไกด์ใด ๆ ให้ทุกท่านไขว้เขวนะครับลองฟังดูครับ
ประโยชน์ของการบันทึกเสียงนี้ในการพัฒนาเกม ? มีแน่ ๆ ครับ ผมคิดว่าหลังฟังแล้ว จะนึกออกกันทุกคนแน่นอนครับ
เครดิต ท่านนิเกะ , www.holophonic.ch <- ที่นี่เป็นเวบเจ้าของเสียงดังกล่าวครับ
ลองดูแฟลชไตเติ้ลแล้วฟังด้วยหูฟังนะครับ แปลกดี
edit @ 2006/10/06 20:01:15